การพิทักษ์ป่าคือแนวทางธุรกิจ
- Copy
สังคมอันอุดมสมบูรณ์ต้องอาศัยโลกที่อุดมสมบูรณ์ ที่ Aditya Birla Group นี้ เราเชื่อมั่นว่าสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นผู้มีส่วนร่วมรายสำคัญ และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องอนุรักษ์และฟื้นฟูความสมดุลให้กับธรรมชาติ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำไมการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพจึงเป็นขอบข่ายที่สำคัญที่ธุรกิจทุกภาคส่วนของเราต้องเข้าไปมีส่วนร่วม
วิธีการในการเข้าถึงความหลากหลายทางชีวภาพของเรานั้นสอดคล้องไปกับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของ ABG ที่ได้ประกาศไว้เมื่อปี 2012 โดยได้ระบุไว้ถึงความมุ่งมั่นในการก้าวสู่การเป็นกลุ่มบริษัทสัญชาติอินเดียชั้นนำสำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีความยั่งยืนในทั่วทุกภูมิภาคของโลก การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ของวิสัยทัศน์ที่พร้อมรับอนาคตของเรา
โดยตั้งแต่ปี 2016 เราทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพของเราอยู่ในระดับที่เข้มข้นขึ้น โดยได้ร่วมมือกับ International Union for Conservation of Nature (IUCN) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับสากลด้านการอนุรักษ์และมาตรการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เราได้จัดตั้งนโยบายความหลากหลายทางชีวภาพให้กับทั่วทั้งองค์กรด้วยวิธีการแบบ ‘ไม่มีผลขาดทุนสุทธิ’ โดยวิธีการแบบไม่มีผลขาดทุนสุทธินี้จะทำให้ผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพในเชิงลบจากโครงการต่าง ๆ เกิดความสมดุลด้วยผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพในเชิงบวกผ่านมาตรการในการชดเชย นโยบายความหลากหลายทางชีวภาพของเรานั้นมีการคิดค้นมาตรฐานทางเทคนิคและบันทึกหลักการที่สอดรับกับการดำเนินการของเราด้วยวิธีการนี้
มาดูว่าธุรกิจของเราบางแห่งทำอย่างไรเพื่ออนุรักษ์และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ

ธรรมชาติ 100%
ความยั่งยืนคือหัวใจหลักของการดำเนินกิจการที่ Birla Cellulose ยิ่งไปกว่านั้น ธุรกิจเส้นใยและไฟเบอร์ของทางกลุ่มยังทำงานอย่างแน่วแน่เพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างไม่มีขอบเขตด้วย
ผลิตภัณฑ์ของ Birla Cellulose นั้นมีความโดดเด่นเนื่องจากมาจากธรรมชาติ ผลิตจากไม้ที่คัดสรรมาจากป่าที่มีการจัดการเพื่อความยั่งยืน อีกสิ่งหนึ่งที่เราภาคภูมิใจก็คือ Birla Cellulose มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ผืนป่าได้รับการจัดการโดยตรงโดยบริษัทโดยมีการแยกคาร์บอนได้มากกว่าการปล่อยคาร์บอน
เส้นใยของ Birla Cellulose เข้าถึงผู้คนทั่วโลกผ่านการใช้งานสิ่งทอและที่ไม่ใช่สิ่งทอ โดยรับประกันได้ถึงคุณภาพผ่านการรับรองของบริษัทอื่น ตัวอย่างเช่น การทดสอบมาตรฐานของสินค้า STANDARD 100 โดย OEKO-TEX® ให้การรับรองเส้นใยของ Birla Cellulose ว่าปลอดสารเคมีที่เป็นอันตรายและปลอดภัยต่อผิวหนังของทารก USDA BioPreferred® Program ให้การยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของเรานั้นมาจากเซลลูโลสที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่มาจากพืช ซึ่งย่อยสลายได้เองอย่างเต็มรูปแบบทั้งในน้ำและในดิน
ดีที่สุดในผลิตภัณฑ์ระดับเดียวกัน
Birla Cellulose ประสานงานร่วมกับองค์กรด้านเกณฑ์มาตรฐานต่าง ๆ อย่างจริงจังในด้านความยั่งยืน เช่น กับ Sustainable Apparel Coalition, Canopy Planet, Zero Discharge of Hazardous Chemicals, Textile Exchange, WBSCD และกับหน่วยงานอื่น ๆ
นอกจากนี้ ยังประสานการทำงานร่วมกับพันธมิตรต้นน้ำและปลายน้ำต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำแนวทางปฏิบัติไปใช้ได้ตลอดทั่วทั้งทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเราได้ลงหลักปักฐานในหลายแห่งทั่วโลก เส้นใยจะผ่านขั้นตอนการดำเนินการเยื่อเคมีละลายได้ในแคนาดา อินเดีย สวีเดน และโรงงานเส้นใยในจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และไทย
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ธุรกิจได้นำวิธีการด้านความยั่งยืนแบบ 360 องศามาใช้เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการต่าง ๆ จะได้รับการเฝ้าสอดส่องดูแลและพัฒนาต่อไป และการลงทุนในเทคโนโลยีที่สะอาดขึ้นจะดำเนินต่อไป
ที่ Birla Cellulose นี้ เจตจำนงคือการก้าวไปให้เหนือกว่าบรรทัดฐานตามกฎระเบียบและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในผลงานด้านสิ่งแวดล้อม

Hindalco นั้นมีวิธีการเพื่อความยั่งยืนอยู่หลายอย่าง ซึ่งรวมถึงวิธีปฏิบัติของการทำเหมืองที่มีความยั่งยืน การรีไซเคิลและการกำจัดขยะที่เหลือจากอุตสาหกรรมอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั่วทุกการทำเหมืองของเราในรัฐฌารขัณฑ์ รัฐโอริศา รัฐฉัตตีสครห์ และรัฐมหาราษฏระ Hindalco แสดงให้เห็นถึงวิธีการในการพัฒนาพื้นที่สีเขียว การฟื้นฟูผืนป่า และแสดงว่าการบุกเบิกสามารถพลิกโฉมหน้าให้กับการทำเหมืองได้
การทำเหมืองที่ยั่งยืน
เหมืองแร่ Bagru Hill Bauxite เป็นการแสดงถึงการทำเหมืองที่ยั่งยืน ณ เหมืองแห่งนี้ บริษัทได้สร้างสวนสัตว์แบบ Bio Park บนพื้นที่ของเหมืองแร่ที่ฟื้นคืนสภาพกลับมา อีกยังได้สร้างสวนผีเสื้อขึ้นด้วย มีการนำไม้ไผ่มาใช้สร้างกระท่อมและศาลาเพื่อจัดเป็นสถานที่ในการฝึกอบรม การเก็บน้ำฝนช่วยเติมน้ำให้กับสระน้ำ ซึ่งถูกนำไปใช้ในชุมชนท้องถิ่นเพื่อการเพาะเลี้ยงปลา
ในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพนั้น บริษัทได้ทำการปลูกพืชพันธ์พื้นเมืองทั้งต้นไม้ใหฐ่และไม้พุ่มและทำการอนุรักษ์ไว้ในธนาคารเมล็ดพันธุ์ ในบริเวณพื้นที่ที่ทำเหมืองและพื้นที่บุกเบิกในรัฐฉัตตีสครห์ Hindalco ประสบความสำเร็จในการปลูกลูกแพร์และสตรอเบอร์รี่ บริษัททำการสังเกตคุณภาพอากาศแวดล้อม คุณภาพน้ำ และระดับเสียงบริเวณใกล้เคียงเหมืองอย่างสม่ำเสมอ
ความสำคัญของดินชั้นบน
ดินชั้นบนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับการฟื้นฟูพื้นดินที่ผ่านการทำเหมือง Hindalco จึงได้จัดตั้งแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการอนุรักษ์ดินชั้นบนเพื่อให้สามารถฟื้นฟูพื้นดินให้กลับสู่สภาพเดิมและถูกนำไปใช้เพื่อการปลูกป่าหรือทำกสิกรรมต่อไป แนวทางปฏิบัตินี้ถูกผสานเข้าไว้ในการออกแบบเหมือง Hindalco ได้จัดทำโครงสร้างลุ่มน้ำ เช่น เส้นทางริมน้ำ ลำธาร โครงร่างและระเบียงเพื่อช่วยในการอนุรักษ์ดินชั้นบน
การปลูกพืชคลุมดิน
การปลูกต้นไม้เป็นแนวทางปฏิบัติของทุกที่ของ Hindalco ด้วยเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการพัฒนาแนวพื้นที่สีเขียว เราจึงได้แจกจ่ายพืชพันธ์ให้กับผู้คนในชุมชนและให้การสนับสนุนชุมชนในการปลูกพืช ที่โรงงาน Mahan มีการปลูกพืชท้องถิ่นนานาพันธ์ถึง 15,000 ชนิดบนพื้นที่ 500 เฮกตาร์ (3,125 ไร่) Dahej และ Muri มีการปลูกป่าบนพื้นที่ 117 เฮกตาร์ (731.25 ไร่) โรงงาน Hirakud ทำการปลูกต้นอ่อน 25,800 ต้นลงในพื้นดิน แนวพื้นที่สีเขียวแห่งอื่น ซึ่งรวมถึง เหมืองถ่านหิน Talabira ทำการปลูกต้นอ่อน 15,700 ต้น เหมือง Samri ปลูกต้นไม้ 18,200 ต้น ส่วน Lohardaga ทำการปลูกต้นอ่อนที่ 50,000 ต้น
ในฐานะผู้ผลิตซีเมนต์และคอนกรีตรายใหญ่ที่สุดในอินเดีย UltraTech ได้นำขบวนเพื่อขับเคลื่อนวาระการประชุมเรื่องความยั่งยืนภายในภาคส่วนธุรกิจ โดยเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง Global Cement and Concrete Association (GCCA) ซึ่งได้ผลักดันเรื่องการก่อสร้างที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goals หรือ SDG)

แผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
การประเมินและการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพนั้นเป็นแนวทางปฏิบัติของ UltraTech ขณะนี้ บริษัทได้ทำการประมินผลกระทบจากความหลากหลายทางชีวภาพที่โรงงานทุกแห่งผ่านทาง Integrated Biodiversity Assessment Tool (IBAT)
แผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพได้รับการนำไปใช้แล้วในที่ Sewagram Cement Works ในรัฐคุชราต แผนลักษณะที่คล้ายกันจะนำไปใช้กับโรงงาน Aditya Cement Works และ Kotputli Cement Works (รัฐราชสถาน), Rajashree Cement Works (รัฐกรณาฏกะ) และ Balaji Cement Works (รัฐอานธรประเทศ) ภายในปี 2024 การประเมินหน่วยงานการผลิตแบบผสมผสานจะเสร็จสมบูรณ์
กรีนโซน
UltraTech ยังทำการประชาสัมพันธ์ด้านการปลูกต้นไม้ การพัฒนากรีนโซนหรือพื้นที่สีเขียว การฟื้นฟูสภาพเหมืองที่ไม่สามารถทำประโยชน์ได้ การฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ และการแปรสภาพพื้นดิน ในช่วงเฉพาะปี 2019-20 บริษัทได้เปิดตัวโครงการการขับเคลื่อนการเพาะปลูกขนาดใหญ่ที่มีการปลูกต้นอ่อนถึงกว่า 250,000 ต้น โดยกว่า 85% ของต้นอ่อนที่ปลูกเหล่านี้อยู่รอดและเจริญเติบโต
ด้วยการขับเคลื่อนนโยบายความหลากหลายทางชีวภาพขององค์กร จึงเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัท Aditya Birla Group ที่จะให้การปกป้องการบูรณาการของสิ่งแวดล้อม

















